วันหยุดนี้เที่ยวปทุมธานีกัน ..

1.ตลาดอิงน้ำสามโค้ก  ไล้สไตล์ตลาดนี้เป็นตลาดเล็กๆตั้งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นตลาดคนเดินพ่อค้าแม่ค้าคนที่นั่นยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง มีของกินเยอะแยะให้เลือกเดิน  ผักสดๆที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายเป็นผักที่ปลูกกินเหลือเลยนำมาขาย

2.วัดโบสถ์ หรือ วัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือหลวงพ่อเหลือ ที่ชาวปทุมธานีนับถือ ภายในวัดก็มีของขายใว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ขนม อาหาร เครื่องดื่ม ภายในวัดมีจุดชมวิวพักผ่อนหย่อนคลาย 

3..วัดเจดีย์ทอง ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา  มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือพระพุทธรูปหยกขาวศิลปะล้านนา  ที่เรียกว่าวัดเจดีย์ทองคือเจดีย์เป็นสีทองที่ถูกสร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสิน

4..วัดเจดีย์หอย วัดชื่อดังของจังหวัดปทุมธานี  สิ่งที่โด่ดเด่นคือมีเจดีย์หอยอยู่สองสถานที่คือ อันแรกอยู่ตรงปากทางเข้าวัด อันที่สองอยู่ภายในวัด เจดีญ์สองอันนี่ใหญ่ ภายในวัดมีบ่อปลาสวายใหญ่ที่ทางวัดได้เลี้ยงใว้ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม และมีบ่อเต่า ที่ให้นักท่องเที่ยวให้อาหารได้

5..ตลาดร้อยปีระแหง  ตั่งอยู่ที่ อ.ลาดหลุ่มแก้ว เป็นตลาดที่ปลูกด้วยไม้สองฝั่งปลูกติดต่อกันยาวเมื่อก่อนมีการสันจรทางน้ำเรือ ทางรถไฟ แต่เดียวนี้กลายเป็นที่ถูกยกเลิกทางเดินรถไฟ และคนส่วนใหญ่สันจรทางรถ จึงไม่ค่อยมีสันจรทางเรือ แต่ตลาดนี้ถูกเปิดเสาร์ และอาทิตย์ 

6.วัดสิงห์ เป็นวัดคู่บ้านชาวสามโค้ก เป็นวัดที่เก่าแก่ ควรศึกษาโบราณ  ทั้งวิหาร โบสถ์ ซึ่งวัดตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ะอยุธยา ซึ่งภายในวัดมีพระพุทธรูปหลวงพ่อโต  พระพุทธรูปลงรักปิดทองปางมารวิชัยสมัยกรุงศรีอยุธยา หลวงพ่อเพรช และนอกจากนี้ยังมีพิพิธิพันธิ์ของเก่าแก่อีกมากมาย

7..กระท่อมลุงจร  เป็นที่ของคนชอบกระบองเพร็ช อยู่ที่ปทุมธานี อ.สามโคก มีโรงเพราะชำมากกว่าสองพันสายพันธ์ เปิดให้เข้าดูฟรี แหมๆเป็นที่น่าชมของคนที่รัก แถมยังมีแบบที่เพราะเอาใว้ขายให้ชม และขาย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักยี่สิบถึงหลักแสนเลยทีเดียว แต่ถ้าจะไปต้องติดต่อกับเจ้าของนิสนึงเผื่อเจ้าของสวนไปทุระเนื่องจากเจ้าของเป็นผู้ดูแลเอง

8.วัดพืชอุดม  อยู่คลองสิบสามสายลำลูกกา ภายในวัดมีวิหารขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้งมีทั้งนรก สวรรค์ เป็นสถานที่น่าควรทัศนศึกษาแถมมีเสียประกอบกับการเคลื่อนไหวได้อีกทำให้รู้จักปาบบุญโทษ ภายในวัดร่มเย็น แถมภายในวัดยังมีสิ่งสักดิ์ศิทธิ์ ให้กราบไหว้บูชา  ยังมีพระสักสิทธิ์ให้เรายกขอคำอธิฐาน มีโค กะบือ ที่ถูกถ่ายชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์อีกด้วย

9.ร้านกาแฟในสวนคลองสิบสาม ที่ตั้งอยู่ในคลองสิบสามสายรังสิต ลำลูกกานครนายก  ภายในร้านเป็นสวน มีต้นไม้ ร่มรื่น เงียบสงบ ท่ามกลางความร่มรื่นมีสระน้ำ มีโต๊ะนั่งกลางน้ำทำให้เรารับอากาศสดชื่น 

10.. พิธิภัณฑ์บัว อยู่ที่มหาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญะบุรี เป็นโครงการของพระเทพสุดารัตน์ฯ ได้เข้าโครงการอนุรักษ์พืชพันธุ์ มีพันธุ์บัวมากกว่าหนึ่งร้อยสายพันธุ์ อาทิเช่น บัวผัน บัวหลวง บัวฝรั่ง บัวนิตอเรีย อีกมากมาย

พักผ่อนคลายเครียดแบบประหยัดที่เที่ยวญี่ปุ่น

 

เที่ยวญี่ปุ่นอย่างไรให้ประหยัดที่สุด

ญี่ปุ่นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นประเทศท่องเที่ยวอันดับต้นๆของไทยเลยในแถบเอเชียไม่รู้ว่าระหว่างฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น คนไทย จะชอบไปที่ไหนมากกว่ากันแต่ว่าในวันนี้เราจะมาดูกันว่าประเทศญี่ปุ่นเที่ยวอย่างไรจึงจะประหยัดที่สุด
ซึ่งญี่ปุ่นนั้นมีทีท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟฟูจิ, ฮอกไกโด,โตเกียวเมืองหลวง หรือจะเป็นซัปโปโร เขตทางตอนเหนือ หรือโอกินาวะเรียกได้ว่าที่เที่ยวมากมาย รวมทั้งของกินก็เป็นที่ถูกปากคนไทยมากมายเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ราเมง โซบะ ปลาดิบ ซูชิ เนื้อวากิวแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นอาหารนิยมของคนไทยทั้งสิ้นเรียกได้ว่าการไปเที่ยวญี่ปุ่นอาจทำให้หลงเสน่ห์ญี่ปุ่นได้โดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว


ทีนี้ทริคหรือเทคนิคเล็กๆที่จะทำให้การเที่ยวญี่ปุ่นประหยัดมากขึ้นมีอะไรบ้างเราลองมาดูกันดีกว่า

1. เดินทางในญี่ปุ่นใช้บัตร JR PASS ประหยัดสุดๆJR PASS เป็นบัตรโดยสารเดินทางตั๋วรถไฟที่คุ้มค่าสุดๆเป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักทั้งรถด่วนและไม่ด่วน บัตร JR PASS นี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าตั๋วต่อเที่ยวไปได้มาก แถมอาจใช้ได้กับรถบัสหรือเรือได้อีกด้วย

2. ลองพักที่พักแบบ HOSTEL ดูที่พัก HOSTEL หลายๆที่ก็สะอาดเรียบร้อยน่านอนพักอาศัย และราคาไม่แพงสามารถประหยัดไปได้มากและบางที่ก็มีพื้นที่ส่วนกลาที่ทำให้คุณมีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่ๆมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

3. บางที่บางท้องถิ่น ใช้ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยวตั๋วเซชุน 18 คิปปุ นั้น ต่างกับ JR PASS เพราะส่วนมากเป็นรถไฟท้องถิ่นการซื้อตั๋วใบนี้จะทำให้นั่งรถไฟได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งประหยัดได้มากแต่ว่าไม่สามารถนั่งรถไฟสายด่วนอย่างชินคังเซนได้เท่านั้นเอง

4. อีกประสบการใหม่ๆก็คือ โรงแรมแคปซูล ที่ประหยัดยิ่งกว่าโฮสเทลอีกถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กแต่ก็นอนพักได้ เหมาะกับคนที่สัมภาระไม่เยอะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆครบถ้วน ส่วนมากแล้วจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเพราะจุดประสงค์หลักแต่แรกคือเอาไว้บริการคนที่ตกรถไฟตอนดึกๆนั่นเอง

การพักผ่อนหย่อนใจไปกับสิ่งที่เราชื่นชอบ

 

ใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์ หนึ่งในช่างภาพชื่อดังของประเทศไทย

หากถามว่าการพักผ่อนคืออะไร เราคงตอบได้ว่าคือการทำอะไรก็ตามที่เราสามารถมีความสุขกับมัน ไม่จำเป็นจะต้องนอนหลับ เพราะสิ่งที่เราทำในแต่ละอย่างต่างมีความชื่นชอบไม่เหมือนกัน ทำให้เราแต่ละคนชอบต่างกัน อย่างเช่นบางคนชอบในดนตรี และเสียงเพลง แต่สำหรับบางคนก็ไม่ได้มีความชอบเหมือนเรา อย่างเช่น พี่ใหญ่ อมาตย์ เขาคนนี้ติดชื่อเป็นช่างภาพระดับต้นของประเทศแน่นอน เขานั้นได้สร้างผลงานชิ้นเองของการถ่ายดาราไปอย่างมากมาย จะเรียกว่าจุดเด่นของภาพที่พี่ใหญ่แกถ่ายก็ได้นะ

  • ภาพของพี่เขาส่วนมากจะเป็นภาพนิ่งที่ดูมีชีวิตอยู่เสมอๆ
  • ภาพส่วนมากจะเป็นภาพที่โชว์ผิวหนังและรูปร่างที่ดูดิบ
ทำให้เกิดอารมณ์ในภาพอย่างยิ่งยวด แต่ไม่ใช่แบบภาพอนาจารอะนะ ยิ่งล่าสุดผลงานทิทรรศการของเขาที่เพิ่งผ่านไปนั้นเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าตลอดเวลา 30 ปีที่พี่ใหญ่เจนจัดในวงการนี้

ได้สร้างผลงานออกมาได้ระดับไหนผ่านเหล่าราดาและนักดนตรีมากมายหลายร้อยคน จนเป็นประเด็นดังกันเลยทีเดียวว่าเป็นการขายเซ็กซี่รึปล่าว ซึ่งคอนเซ็ปของพี่ใหญ่เขาคือการเสริมจุดเด่นและก็แอบซ่อนจุดด้อยโดยภาพทั้งหมดจะใช้น้ำมันช่วยเพิ่มสัดส่วนบนเรือนร่างได้แล้วก็ถ่ายออกมาเพียงภาพขาวดำเท่านั้น

เพื่อเพิ่มอารมย์ให้กับภาพและทำให้คนดูไม่ยึดติดกับสีสันนั้นเป็นเส้นบางๆของคำว่าภาพอนาจารหรือว่าศิลปะยังไงล่ะที่พี่ใหญ่พยายามจะวิ่งบนเส้นนี้อย่างไม่เกรงกลัวกับคำครหาของนักวิจารย์ใดๆ เพราะพี่ใหญ่เองรู้ว่าตัวเขาเองไม่ได้สร้างผลงานแนวอนาจารอย่างแน่นอนนั้นทำให้เห็นว่าเขานั้นเป็นศิลปินที่มีฝืมืออย่างมากแล้วก็รู้ถึงขอบเขตของศิลปะอยู่เสมอ

ไม่อย่างนั้นแล้วทำไมคนดังหลายๆคนถึงให้ความไว้วางใจกับพี่เขาได้ขนานนี้กันล่ะ

ทุกคนต่างล้วนเคารพการตัดสินใจของกันและกันยังไงล่ะ

ทำให้เกิดงานศิลปะที่ไม่มีใครจะได้เห็นจากมุมหนึ่งของคนๆนั้น

พี่ใหญ่ถือเป็นผู้ที่ริเริ่มการถ่ายภาพสไตล์นี้ที่รวมเอาความทันสมัยและแฟชั่นให้เข้ากับนายแบบได้อย่างลงตัวที่สุดแล้วสไตล์นี้ของเขาก็ได้เป็นต้นแบบให้ใครอีกหลายคนทำตามกันมาจนเป็นสไตล์ที่เป็นวงกว้างอย่างมากดำเนินมากันถึง 20 ปี