จองที่พักอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

ในการไปท่องเที่ยวนั้นไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การทำงาน การสัมมนา หรือการทำกิจกรรมที่ต้องเข้าพักสถานที่พักหรือโรงเรียน ภายในประเทศหรือภายนอกประเทศล้วนจะต้องมีการจองสถานที่เข้าพักหรือโรงแรมด้วยอย่างแน่นอน

เพราะในการไปเที่ยว ทำงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆที่ไม่ได้อยู่ใกล้บ้านนั้นก็ล้วนแต่จะต้องมารจอง เพราะไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก หรือสถานที่พักผ่อนต่างๆนั้นรวมถึงโรงแรมส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการจองล่วงหน้า และในการการจองสถานที่พักล่วงหน้านั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะนอกจากจะสามารถรู้ได้แล้วว่าเรานั้นควรจะพักที่ไหนและลักษณะสถานที่ที่เราจะทำการเข้าพักนั้นมีลักษณะอย่างไรที่สำคัญที่สุดการจองที่พักล่วงหน้านั้นยังสามารถช่วยในเรื่องการประหยัดเงินได้อีกด้วย 

การจองที่พักให้คุ้มค่านั้นจะแบ่งออกเป็นสองช่วงของการจองที่ทำให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด ก็คือการจองสถานที่พักหรือโรงแรมในระยะเวลาที่นานหรือการจองก่อนไปเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือการจองล่วงหน้า1ปีนั่นเองโดยการจองลักษณะนี้นั้นถือว่าเป็นการจองที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะได้ที่พักในราคาที่ถูกมากๆ บางครั้งถ้าโชคดีก็อาจจะได้ส่วนลดในช่วงนี้มากกว่า50%ของราคาที่พักด้วยนั่นเองโดยส่วนใหญ่แล้วการจองที่พักในลักษณะนี้คือการจองในกรณีที่ทราบวันเข้าพักอย่างแน่นอนแล้วนั่นเอง ก็อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจในวันเข้าพักนั่นเอง

โดยการจองนั้นสามารถจองผ่านเอเจนซี่ต่างๆได้หรืออาจะมีการจองผ่านที่พักโดยตรง ในกรณีถ้าอยากได้ราคาที่คุ้มที่สุดนั้นส่วนใหญ่แนะนำว่าควรจะเป็นการจองผ่านแจนซี่มากกว่า เพราะเอเจนซี่จะมีการดีลกับทางโรงแรมโดยตรงและมีส่วนลดเพื่อเรียกลูกค้าเพื่อจองที่พักกับเอเจนซี่เหล่านี้นั่นเอง แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการเข้าพักได้ถ้าหากไม่ได้จองกับทางที่พักโดยตรงแต่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้นั้นมีการติดต่อสื่อสารและแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยลงนั่นเอง

การจองที่พักในช่วงก่อนจะเข้าพักประมาณ 2-3 ก่อนเข้าพัก ช่วงระยะเวานี้ถือว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่พอดีและราคาสมเหตุสมผลที่สุดเพราบางคนอาจจะบอกว่าจองเป็นปีๆนั้นนานไป ในช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่เหมาะสมและคุ้มค่านั่นเอง ด้วยเวลาสามารถแพลนการเข้าพัก การท่องเที่ยวหรือการทำงานได้เหมือนการได้มีมีเวลาเพื่อวางแผนสิ่งต่างๆนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นเรามักจะแน่ใจและตัดสินใจในการจองที่พักในระยะเวลาประมาณนี้ทำให้เอเจนซี่ชื่อดังต่างๆ มีการลดราคาในส่วนของที่พักนั่นเอง ถึงแม้ส่วนลดของที่พักนั้นจะมีอยู่แล้วตลอดปี แต่ทั้งหมดนี้มีผลทางสถิติอยู่แล้วว่าคนเรานั้นนิยมไปพักผ่อนในสถานที่ต่างๆช่วงวลาใดบ้างนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Holiday Palace ฝากขั้นต่ำ 100

อาหารทีเด็ด จังหวัดระยอง

กินเพื่ออยู่ อันนี้ไม่ใช่คอนเซปต์การดำเนินชีวิตแต่อย่างใด แต่ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่และข้าวมันทะเลของร้านนี้เป็นเมนูยอดนิยมของร้านนี้ ถึงแม้จะเป็นเมนูธรรมดา แต่สำหรับร้านนี้แล้ว รสชาติเด็ดอย่าบอกใคร ร้านนี้อยู่มานานกว่า 40 ปี ทีเด็ดคือน้ำซอสหมูแดงทีเด็ด

สุดใจบริการ 2509

2509 คือปีที่เปิดร้าน เป็นอีกหนึ่งร้านข้าวหมูแดงเก่าแก่ และยังมีเมนูข้าวหมูกรอบ ข้าวหน้าไก่ย่าง ข้าวขาหมูที่อร่อยเด็ดเช่นกัน ร้านอยู่บริเวณตลาดเทศบันเทิง ต.ท่าประดู่

ข้าวมันไก่บางบอน

ร้านนี้ชื่อบางบอนแต่ไม่ได้อยู่ที่บางบอนกรุงเทพฯแต่อย่างใด ร้านขายมาตั้งแต่อดีตกว่า 20 ปี ตั้งแต่สมัยข้าวจานละ 10 บาท โดยมีเมนูเด็ดชูโรงคือ ข้าวมันปลาทอด และยังมีเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล เครื่องแน่นไว้สำหรับคนชอบกินแบบเส้นๆด้วย ร้านอยู่บริเวณ ต.เชิงเนิน อ.เมือง

ผัดไทยคุณไกร

ระยองมีผัดไทยหลายร้านจริงๆแต่ร้านที่ดีที่สุดคือร้านนี้ ผัดไทยคุณไกร เป็นร้านดังคนรู้จักกันดีทั้งคนพื้นที่และคนที่มาเที่ยว รสชาติเด็ดของเส้นผัดไทยที่เหนียวนุ่มรสชาติเข้าเนื้อ ติดปากติดใจของใครหลายๆคน รวมถึงเมนูเครื่องเคียงอื่นๆ เช่น ยำหอยเชลล์ กรรเชียงปูนึ่ง ปูผัดผงกระหรี่ และทะเลลวกจิ้มก็เด็ดไม่แพ้กัน ร้านอยู่ที่ ต.แกลง ตรงเส้น ถนนเพ-แกลง

ผัดไทยบ้านค่าย

เป็นอีกร้านผัดไทยรสชาติเด็ดที่ต.บ้านค่าย จุดเด่นหน้าร้านจะมีต้นมาขามใหญ่อยู่ สังเกตได้เด่นเห็นชัด บางทีคนก็เรียกว่าร้านผัดไทยต้นมะขามใหญ่ รสชาติอร่อยกลมกล่อมหนักเครื่องกุ้ง ปู ปลาหมึก เป็นผัดไทยทะเลรสชาติเด็ดของบ้านค่าย

ก๋วยเตี๋ยวเจ๊จิ๋ม

เจ๊จิ๋มรสเด็ด ชิมก่อนปรุง คือคำนิยามของร้านแห่งนี้ การันตีความอร่อยโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสเด็ด หรือจะกินเป็นเส้นปลา เกี๊ยวปลา เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวสามรส ก็เด็ดไม่แพ้กัน ระหว่างรอยังมีหมูสะเต๊ะสมุนไพร และทองม้วนสด ให้กินเล่นไปพลางๆเรียกน้ำย่อย

นายเคี้ยม เกี๊ยวปลา

ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับร้าน เกี๊ยวปลา สามย่าน ที่ร้านแห่งนี้คือต้นตำรับ ขายเกี๊ยวปลาในตลาดสามย่านมากว่า 60 ปี รสชาติเป็นเอกลักษณ์ และยังมีเกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวสามรส เกี๊ยวหยก ด้วยเช่นกัน

เที่ยวนารา

นาราหรือนาระ เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ที่ภูมิภาคันไซและอยู่ใกล้กับเมืองโอซาก้านั่นเอง สามารถเดินทางจากโอซาก้าโดยใช้เวลาเพียง 30นาทีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่มาเที่ยวโอซาก้าก็จะมาเที่ยวที่จังหวัดนาราด้วยเพราะใช้เวลาเดินทางน้อยและจังหวัดนาราก็มีความสวยงามและมีวัฒนธรรมความญี่ปุ่นที่เต็มเปี่ยมหน้าสนใจอีกด้วย 

และเมื่อมาราคาแล้วนั้นสิ่งที่ไม่ควรลาดเมื่อมาเมืองนี้ก็คือการไปดูกวางนั่นเอง ซึ่งกวางถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนารานั่นเอง โดยปกติแล้วจะสามารถชมและพบกวางได้ที่สวนสาธรณะนารา และสามารถถ่ายรูปให้อาหารกวางได้ด้วย ซึ่งกวางที่นี่นั้นจะเป็นมิตรมากๆ เพราะไม่กลัวคนเลยและกวางจะไม่ทำร้ายเราด้วย น่ารักมากๆ เราก็สามารถถ่ายรูปเซลฟี่ต่างๆนานาได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว และที่สำคัญอย่างแกล้งกวางและไม่ควรที่ไม่ควรทำเช่นการให้อาหารชนิดแปลกๆที่กวางไม่สามารถกินได้เพราะอาจจะทำให้กวางเป็นอันตรายได้นั่นเองและช่วงฤดูที่จะสามารถพบกวางจำนวนเยอะๆนั่นก็คือช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนนั่นเองส่วนชาวงฤดูฝนนั้นกวางส่วนมากก็จะเข้าไปเพราะเมื่อฝนตกป่าก็จะมีความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

ถัดมาเป็นวัดที่เก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองนาราแห่งนี้มาอย่างยาวนานคือวัด โทไดจิ ซึ่งแน่นอนว่าหากใครได้มาเที่ยวนาราแห่งนี้วัดนี้ก็อยู่ในลิสต์หนึ่งในสถานที่ที่ต้องมากราบไหว้แลขอพรด้วย ซึ่งวัดก็จะมีความสวยงามลักษณะเป็นวัดเก่าญี่ปุ่นโบราณนั่นเอง ถือว่าเป็นวัดที่ยังคงรักษาความเป็นญี่ปุ่นแบบดังเดิมไว้อย่างดีมากๆ และบริเวณรอบวัดนั้นสามารถนั่งเล่นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย สำหรับคนที่ต้องการขอพรกราบไว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาวัดโทไดจิแห่งนี้

และนอกจากนี้รอบๆนารานั้นก็มีวัดต่างๆอยู่รอบๆอีกมามายโดยนารานั้นจะเป็นจังหวัดที่มีวัดเยอะมากๆเพราะผู้คนเมืองนี้นั้นค่อนข้างให้ความสำคัญกับศาสนาอย่างมาก และทุกวันนั้นก็มีความสวยงามและลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น วัดโคฟูคูจิ ก็ถือว่าเป็นวัดที่ค่อนข้างได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเช่นกันเพราะเป็นวัดที่มีลักษณะที่สวยงามไม่แพ้กับวัดโทไดจิเลย และนอกจากวัดแล้วนั้นที่จังหวัดนาราแห่งนี้ก็มีพระราชวังด้วย พระราชวังที่ได้รับความนิยมในการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวก็คือ พระราชวังเฮโจ นั่นเองเป็นพระราชวังที่มีความเก่าแก่และถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งจังหวัดนารานี้ด้วย

โดยภายในพระราชวังนั้นก็จะมีการจัดนิทรรสการต่างๆ ทั้งประวัติความเป็นมาและการฉายให้ชมถึงความเป็นมาของพระราชวังนี้ด้วย และจังหวัดนารานั้นไม่ได้มีเพียงความน่าสนใจเพียงเท่านี้ยังมีสิ่งต่างๆให้คุณออกไปพบอีกมากมาย

 

ขอบคุณ  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100  ที่ให้การสนับสนุน

สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่จังหวัดอุทัยธานี

จังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ไม่มากนัก อาจเรียกได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเลยก็ว่าได้ แต่แฝงไปด้วยความเป็นธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ สถานที่โดยส่วนใหญ่ในจังหวัดอุทัยธานีจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผู้ที่อยากจะพักผ่อนจิตใจ แล้วเปลี่ยนมาสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ หลีกหนีจากควันรถมาเจออากาศที่บริสุทธิ์คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้แล้วนอกจากจังหวัดอุทัยธานีแห่งนี้

บ้านไร่ปลายนา แค่ชื่อก็เป็นธรรมชาติสุด ๆแล้ว สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอทัพทัน เปิดให้บริการเป็นคาเฟ่เล็ก ๆที่ตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทุ่งนาสีเขียวขจี ผู้ที่จะเข้ามาที่คาเฟ่แห่งนี้จะต้องเดินผ่านสะพานไม้ไผ่ที่ทอดอยู่กลางทุ่งนา ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนท้องทุ่งนา และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นอย่างมาก ส่วนตัวค่าเฟ่นั้นก็ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหมด ลูกค้าที่เข้ามาที่คาเฟ่แห่งนี้ก็จะรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเลยทีเดียว

จุดชมวิวบ้านชายเขา บรรยากาศในที่แห่งนี้ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา และท้องทุ่งนา งดงามเหมือนกับไร่ที่สวยงามในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และยังมีบ้านพักต่าง ๆเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่อยากมาค้างคืนกับบรรยากาศธรรมชาติ เพียงแค่เปิดประตูออกมาเท่านั้นก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงาม และอากาศบริสุทธิ์สดชื่นของสถานที่แห่งนี้ทันที

ยอดเขาสะแกกรัง ยอดเขาสูงของจังหวัดอุทัยธานี เมื่อขึ้นไปบนยอดเขา และมองลงมาจะเห็นได้ถึงความงดงามของธรรมชาติในจังหวัดอุทัยธานีได้อย่างทั่วถึง และนอกจากจะมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมแล้วบนยอดเขาสะแกกรังแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลองอีกด้วย เมื่อเดินถัดไปจากรอยพระพุทธบาทจำลองเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะพบกับอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีขนาดเท่ากับองค์จริงของท่าน

หุบป่าตาด สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ เป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง ภายในมีถ้ำที่มีต้นตาดอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชื่นชมความงดงามของธรรมชาติได้ โดยจะต้องมีผู้ดูแลที่ชำนาญเส้นทางในหุบเขาแห่งนี้เข้าไปด้วย เพราะภายในถ้ำมีความมืดเป็นอย่างมากจึงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่พึ่งจะเข้าไปเป็นครั้งแรกหรือไม่ชำนาญเส้นทางได้ และที่สำคัญควรพกพาอุปกรณ์ที่ให้ความสว่างเข้าไปด้วยเพื่อความสะดวกในการเดินทางภายในถ้ำแห่งนี้

วัดจันทาราม เป็นวัดโบราณของจังหวัดอุทัยธานี แต่เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง แต่ในปัจจุบันได้มีการย้ายไปไว้ที่ยอดเขาสะแกกรังแล้ว ผู้ที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานีควรที่จะแวะเข้ามากราบไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุทัยธานีภายในวัดจันทารามแห่งนี้เพื่อให้เดินทางปลอดภัย